วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

มารู้จักกับ Toriko



แนะนำการ์ตูนดัง โทริโกะ! การ์ตูนนักล่าอาหารสุดมันส์
แนะนำการ์ตูนดัง โทริโกะ! การ์ตูนนักล่าอาหารสุดมันส์



ท่านผู้อ่าน เคยอ่านการ์ตูนเกี่ยวกับอาหารกันมามากใช่มั้ยครับ ?
การ์ตูนส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับอาหาร มักจะเป็นการ์ตูนที่โชว์แสดงการทำอาหารไม่ก็เป็นการสอนการทำอาหาร ได้แก่ การ์ตูนอากิยามะ (โจมโหดกระทะเหล็ก) พ่อครัวหัวบาก ฯลฯ หรือที่แตกต่างออกไปจากนั้น ก็เป็นการ์ตูนชิมอาหาร ก็มี

แต่นั่นถือว่า เป็นระดับธรรมดามากๆ หากเอามาเทียบเรื่องนี้เข้า "โทริโกะนักล่าอาหาร" สุดยอดแห่งการ์ตูน บู๊แหลก บวก การออกตามล่าหาอาหาร การ์ตูนเรื่องนี้จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการแห่งอาหารอันไร้ขีดจำกัด

"โทริโกะ" เป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมสูงมาก ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์อย่างโชเน็นจัมพ์ ที่เป็นนิตยสารการ์ตูนอันดับ 1 ของญี่ปุ่น
ปัจจุบัน "โทริโกะ" ได้รับความนิยม ใกล้เคียงสูสี การ์ตูนดังอย่าง One Piece และ Naruto หรือ Bleach เลยทีเดียว
ความโด่งดังของ "โทริโกะ" ถูกนำเอาไปสร้างเป็นอนิเมชั่น และ Movie ฉายในโรงหนัง คู่กับวันพีซเลย
นอกจากนี้ ยังมีออกมาเป็นการ์ตูน ตอนพิเศษ One-Piece x Toriko ซึ่งเป็นการรวมเอาตัวละครจากการ์ตูน 2 เรื่อง มาพบเจอกัน
เขียนโดยนักเขียนเจ้าของการ์ตูนทั้ง 2 คน เป็นการฉลองให้ ค่ายนิตยสารจัมพ์รายสัปดาห์ ซึ่งการ์ตูนดังกล่าว มีทั้งภาพยนตร์ฉายในโรงหนัง และ ออกมาเป็นหนังสือการ์ตูนให้ได้อ่าน

ทำไมผมจึงแนะนำเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ เป็นการ์ตูน ที่สนุกและมาแรง และกำลังโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกหน่อย ก็จะเทียบเคียงกับ การ์ตูนรุ่นพี่ที่สุดแสนจะโด่งดัง อย่าง ดราก้อนบอล หรือ นารุโตะ , วันพีซ เลย

โลกของโทริโกะ



เคยได้ยินผลไม้ ที่พอคั้นเป็นน้ำ แค่เอาน้ำหยดเดียว หยดลงบนสระว่ายน้ำขนาดมตารฐาน ก็ทำให้น้ำทั้งสระกลายเป็นน้ำหวานมั้ย?
หรือ แม้แต่เนื้ออัญมณี ที่เปล่งประกายเงางาม ยิ่งกว่าอัญมณี พอกินเข้าไปแล้ว ร่างกาย ผิวพรรณ ก็จะสวยเปล่งประกายระยิบระยับ (การ์ตูนอะไรฟะ)
ก็มีแต่เรื่องนี้ เท่านั้นแหละ ที่คุณจะได้เจอ "โทริโกะ" นักล่าอาหาร การ์ตูนที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งอาหารที่สุดแสนจะจินตนาการได้ ทั้งโอเวอร์สุดๆและเหลือเชื่อสุดแสนจะบรรยาย ที่ไม่เคยมีมาก่อนในการ์ตูนเกี่ยวกับอาหารเรื่องไหนทำมาก่อน ก่อนอื่นเราจะพาท่านไปทำความรู้จักกับเรื่องทั่วๆไปของการ์ตูนเรื่องนี้กันก่อน

โลกมนุษย์ ที่พวกการ์ตูนเรื่อง "โทริโกะ" อาศัยอยู่นั้น แตกต่างจากโลกมนุษย์ทั่วไปมาก
มีวัตถุดิบ หรือ สัตว์ร้าย ที่หายากเหลือเชื่อต่างๆมากมาย เป็นโลกที่กว้างกว่า มนุษย์เราทั่วๆไป
วัตถุดิบ หรือ สัตว์ที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ ยิ่งหายาก หรือ อันตรายมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งเป็นวัตถุดิบที่พอเอาไปทำเป็นอาหาร ก็มีค่า มากขึ้นเท่านั้น ทั้งรสชาติ ทั้ง สารอาหาร หรือ ผลตอบแทนที่ได้รับ ล้วนแล้วแต่คุ้มค่ากับความหายาก
โทริโกะ ยังมีการสอนให้ข้อคิด ในทางอ้อม ในแง่ การจะหาอาหาร หรือ ของดีๆซักอย่าง ก็ต้องใช้ความอดทน และ ความพยายามอย่างมาก จึงจะได้ ไม่มีทางได้มาซึ่งความสบาย
หากเราได้อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ เราจะรู้ว่า วัตถุดิบแต่ละอย่าง ที่โทริโกะหามา ล้วนแล้วแต่มีความยากลำบาก ต้องใช้ความพยายามและอดทนมากแค่ไหน บางวัตถุดิบ ก็ใช้เวลานาน เนื้อเรื่องยาวหลายตอน กว่าจะได้มา หรือ พอหามาได้แล้ว ก็ต้องหาวิธีปรุงอาหารต่อ เช่น ข้าวโพด BB Corn ที่ต้องใช้ความร้อนเป็น 1000 องศา ในการทำ ซึ่งโทริโกะ ต้องเอาลงทุนเอาไปวางในภูเขาไฟ เลยทีเดียว
สรุปสั้นๆ จะได้กินของดีก็ต้องอดทน และ พยายาม การจะได้สิ่งดีๆมาง่ายๆ มันไม่มี

โลกกูร์เมตคืออะไร



กล่าวคือ โลกมนุษย์ที่ตัวละครในเรื่องโทริโกะอาศัยอยู่ มีเนื้อที่แค่ 30% เท่านั้น(แผนที่และขนาด ใกล้เคียงกับโลกมนุษย์ของเรา) ส่วนอีก 70% เป็นเนื้อที่ของโลกกูร์เมต (แสดงว่าใหญ่กว่าโลกมนุษย์มาก) ซึ่งรวมๆกันแล้ว เรียกว่าโลก (อะไรจะขนาดนั้น)
โลกกูร์เมต นั้นกว้างใหญ่ และมีวัตถุดิบมีค่า หายาก มากมายมหาศาล แต่การจะเข้าไปในโลกกูร์เมตได้นั้น จำเป็นต้องมีฝีมือ (ขั้นโคตรเทพเจ้า)
เพราะ ลำพังแค่ มีฝีมือธรรมดา เข้าไป ก็มีแต่โดนสัตว์ร้าย หรือ ภัยธรรมชาติเล่นงานจนตาย มันเป็นโลกที่ยังไม่มีผู้ใดในการ์ตูน เข้าไปสำรวจวัตถุดิบได้ครบหมด
ยังมีความลึกลับอีกมากมาย ให้นักล่าอาหารยอดฝีมือทั้งหลาย ได้ตามหา
ยุคที่ โทริโกะ อาศัยอยู่ เป็นยุค ที่เรียกว่า ยุคสมัยแห่งการล่าอาหาร เป็นยุคสมัย ที่ค้นหาวัตถุดิบ และ ลิ้มลองรสชาติอาหารและวัตถุดิบใหม่ๆ
ณ ตอนปัจจุบันที่คนเขียน เขียนนี้ โทริโกะ ตัวเอกของเรื่อง ยังไม่ได้เข้าไปโลกกูร์เมต เลยแม้แต่นิดเดียว
เพราะ ฝีมือยังไม่ถึงขั้น (จริงๆก็โคตรเทพแล้วนะ) โทริโกะ ยังคง วนเวียน หาอาหารที่หายากๆ ในโลกมนุษย์อยู่
แต่ แค่อาหารในโลกมนุษย์ ก็หายาก และ ไม่ธรรมดาแล้ว

ระดับความยาก คืออะไร



ในโลกของการ์ตูนเรื่อง "โทริโกะ" จะมีการแบ่งระดับความหายากของวัตถุดิบต่างๆ เป็นตัวเลขง่ายๆ
ยกตัวอย่างเช่น สัตว์ร้ายในเรื่อง ยิ่งดุร้าย ก็ ถือว่ายิ่งหายาก ระดับความยาก ก็จะอยู่ในขั้นสูง

ระดับความยาก 1 หน่วย คือ ระดับความยากที่ต้อง ใช้ นายพรานมือโปรจำนวน 10 คน บวกอาวุธครบมือ ในการล่า สัตว์ชนิดนั้น
ถ้าสัตว์ชนิดนั้นมีระดับความยากเป็น 5 หน่วย ก็ต้องใช้นายพรานมือโปร 50 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ในการล่าสัตว์นั้นๆ
หากเป็นพืชที่หายากๆ อาจไม่ได้หมายถึง พืชชนิดนั้น มีอันตรายต้องใช้คนจำนวนมากจัดการ แต่ อาจหมายถึงความหายาก ที่ต้องใช้คนจำนวนมาก เข้าไปตามหาแทน เพราะ วัตถุดิบสุดยอด บางชนิด มักจะซ่อนอยู่ในพื้นที่อันตราย
ซึ่งการเข้าไปถึงพื้นที่นั้นได้ ต้องใช้ฝีมือมาก และระดับความยากก็จะสูงตามไปด้วย

ในตอนต้นแรกของเรื่อง โทริโกะ ก็เจอสัตว์ที่มีระดับความยากที่ 5 ไปแล้ว ตอนนี้ก็เจอระดับความยากมากกว่านั้นไปเรื่อยๆ

ฟูลคอร์ส คือ อะไร



ฟูลคอร์ส จะเป็น ลักษณะ การจัดชนิดอาหารที่ตัวเองชอบ สำหรับในการ์ตูนเรื่องนี้ และจะประกอบไปด้วย
ออเดิร์ฟ , ซุป , อาหารจานปลา , อาหารจานเนื้อ , อาหารหลัก(เมน) , สลัด , ของหวาน , เครื่องดื่ม
ตัวละคร ในเรื่องนี้ ทุกตัว จะมีฟูลคอร์สเป็นของตัวเอง และ จะ พยายามค้นหาวัตถุดิบ เพื่อไปเติมลงในช่องว่าง ฟูลคอร์ส ในใจของตนเอง และเป็นสิ่งที่ท้าทาย สำหรับตัวเอก “โทริโกะ” ที่จะต้องพยายาม ตามหา ฟูลคอร์สเมนู ของตัวเองให้เจอ ให้ครบทั้งหมด (ถ้าเจอ เรื่องก็อาจจะจบ เพราะจุดหมายของเรื่องนี้ คือการตามหาเมนูฟูลคอร์สให้ครบ)
หลายๆ ตัวละครในเรื่องนี้ ฟูลคอร์ส ก็ยังเป็นช่องว่างอยู่ (ยังหาวัตถุดิบอาหารที่เหมาะสมจะมาลงในฟูลคอร์สของตัวเองไม่เจอ)
โทริโกะนั้น ปัจจุบันเจอแค่ ของหวาน คือ ผลสายรุ้ง กับ ออร์เดิร์ฟ BB Corn
ยิ่งนักล่าอาหารเก่งๆ ฟูลคอร์สของพวกเค้า จะยิ่งเป็นเมนู ที่พิสดาร ลึกลับ และ หายากมากๆ


ตัวละครในเรื่อง

4 จตุรเทพ คืออะไร



4 จตุรเทพ คือ นักล่าอาหาร ที่โด่งดัง และเป็นตำนานของโลกการล่าอาหารในการ์ตูนเรื่องนี้ ประกอบไปด้วย



1. โทริโกะ

เป็นตัวเอกของเรื่อง โทริโกะ นั้น เป็นนักล่าที่มีชื่อเสียง และมีพลังและความสามารถในการล่าอาหารมากมาย
รูปร่างใหญ่โต ร่างกายกำยำ นน. มากกว่า 250 กก. โทริโกะ นั้นต้องการอาหารมากกว่าหลักล้าน แคลอรี่ ในแต่ละวัน
เนื่องจากต้องใช้พลังงานมากมายในการต่อสู้ และในการล่าอาหาร
โทริโกะ มีนิสัยเลือดร้อน ตะกละ มูมมาม และรักความถูกต้อง
โทริโกะ จะ มีผู้ติดตามอย่าง โคมัตซึ (พ่อครัวโรงแรมระดับกูร์เมต 5 ดาว มีนิสัยขี้กลัว เป็นอีก 1 ตัวละครหลักของเรื่อง) ไปไหนมาไหนด้วยเสมอ
โคมัตซึถือว่าเป็นพ่อครัว ที่มีฝีมือ และ สามารถทำอาหาร ที่โทริโกะหาวัตถุดิบยากๆหามาให้ได้ (นักล่าอาหาร ควรจำเป็นต้องมี พ่อครัว ติดตาม เพื่อทำอาหารให้ด้วย)

โทริโกะมีความสามารถพิเศษ คือพลังมหาศาล + จมูกที่สามารถได้รับกลิ่น ได้ดีสุดๆ ไม่แพ้สุนัข (หรืออาจมากกว่า)



ท่าไม้ตายของโทริโกะ จะเรียกตามอุปกร์ณที่ใช้กินอาหาร ได้แก่ ส้อม (เป็นการใช้นิ้ว 4 นิ้ว ทะลวงคู่ต่อสู้) กับ มีด (เป็นการใช้ฝ่ามือตัดสิ่งของ คมเหมือนมีด) หลังๆ อาวุธเหล่านี้จะ Power Up สามารถปล่อยระยะไกลได้
ท่าไม้ตายสุดยอด หมัดตะปู คือ หมัดที่โทริโกะปล่อยออกไป แล้วมีลักษณะการทำลาย เหมือน ตะปู ที่ใช้ ค้อนทุบ เป็นระยะๆ
เช่นหมัดตะปู 5 ดอก คือ เมื่อปล่อยหมัดไป 1 หมัด หลังโดนเป้าหมาย เป้าหมายจะโดนพลังกระแทก ไม่ใช่แค่ทีเดียว แต่จะโดนต่อเนื่องรวดติดต่อกัน 5 ครั้ง
ท่าไม้ตายหมัดตะปูของโทริโกะ ถือได้ว่า เป็นท่าสุดยอด มีพลังทำลายมหาศาล แต่จะมีผลเสีย เนื่องจากต้องเสียเวลารวบรวมพลังซักหน่อย
และ จะทำให้กล้ามเนื้อแขนเสียหายได้ ปัจจุบันโทริโกะ ปล่อยหมัดตะปูได้มากกว่า 15 ดอก และยังคงมากไปเรื่อยๆ หากฝีมือพัฒนาขึ้น




2. โคโคะ



เป็น 1 ใน 4 จตุรเทพ ผู้มีพลังพิเศษ มีร่างกายเป็นพิษร้ายแรง เขาสามารถผลิตพิษต่างๆได้ด้วยเซลล์ หรือ เลือด ในร่างกายของเขา
พิษของเค้า มีหลายแบบ ไล่ไปตั้งแต่ออกฤทธิ์ ยาชา ยาสลบ หรือ พิษร้ายแรงสุดๆ สามารถฆ่าให้ตาย ภายในไม่กี่วินาที
จัดว่าเป็นบุคคลที่มีความสามารถที่อันตรายและน่ากลัวมาก แม้แต่สัตว์ร้าย ยังไม่กล้ายุ่ง , ทำร้าย หรือแม้แต่ แตะต้องตัวโคโคะ เพราะสัมผัสได้ถึงพิษร้ายแรงที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเขา

โคโคะ นั้นมีอุปนิสัย ใจเย็น สุขุม รอบคอบ ฉลาด เป็นคนดีมีน้ำใจไมตรี และผูกมิตรง่ายกว่า กว่าเหล่า 4 จตุรเทพคนอื่นๆ นอกจากนั้น ยังสามารถทำนายดวงชะตาคนได้ อย่างแม่นยำมากกว่า 90%
เพราะโคโคะ นั้น สามารถมองเห็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่แผ่ออกมารอบตัวมนุษย์ ทำให้ทำนายความน่าจะเป็นที่เกิดขึ้นได้ (ตรงนี้ก็ไม่เข้าใจ แต่ก็เพราะเป็นการ์ตูน)
ความสามารถพิเศษของโคโคะ ตรงนี้ ทำให้สามารถมองเห็นในที่มืดๆ อย่างถ้ำ ป่าในเวลากลางคืน ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
นอกจากนี้ ในตัวของโคโคะ ยังสามารถผลิตเซรุ่ม รักษาอาการบาดเจ็บจาก พิษ ได้มากกว่า พันชนิด เรียกว่าพิษในโลกนี้ ทำอะไรเค้าไม่ได้หรอก
(ต่อให้ไม่มีเซรุ่ม ร่างกายก็สามารถวิเคราะห์ และ สร้างภูมิคุ้มกันได้เองอีกต่างหาก)

3. ซานี่



หนุ่มรูปงาม ที่รักแต่เรื่องสวยงาม จัดว่าเป็น 1 ใน 4 จตุรเทพ ที่มีนิสัยแปลกที่สุด ค่อนข้างเรื่องมากในเรื่องละเอียดอ่อนความงาม หน้าตาของอาหาร หรือทุกอย่างที่เกี่ยวกับความงาม
ไม่ว่าจะเป็นภาชนะใส่อาหาร เครื่องมือทำอาหาร จาน ชาม ฯลฯ ทุกๆอย่าง ที่เกี่ยวกับเรื่องสวยงาม ฟูลคอร์สของซานี่ จึงมีแต่เมนูที่ไม่ได้สนเรื่องรสชาติ แต่ สนแต่เรื่องหน้าตา และการบำรุงผิวพรรณ
ความสามารถของซานี่ จัดว่าสะดวกที่สุดในกลุ่ม เค้าสามารถควบคุมเส้นผมของตัวเองได้ดังใจนึก
และเส้นผมของซานี่ ถูกเรียกว่า สัมผัส และมีจำนวนมากถึง 2 แสนเส้น และสามารถยืดออกไปได้ 25 เมตร และแต่ละเส้นที่ยืดออกไปไกล มีขนาดเพียง 0.1 ไมครอน ซึ่งไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
เมื่อเส้นผมของเค้า มัดรวมกัน จะมีพลังมหาศาล สามารถยกของหนักได้หลาย 10 ตัน และสามารถโจมตีใส่คู่ต่อสู้ได้หนักหน่วง
ท่าไม้ตายของซานี่ ที่แสดงออกมา ได้แก่ ท่าไม้ตาย พลิกตะหลิว เป็นท่าดีดกลับสะท้อนการโจมตีของคู่ต่อสู้ โดยใช้เส้นผมสานกันเหมือนลักษณะ ตาข่าย ดีดการโจมตีทางกายภาพได้ทุกชนิด
เส้นผมของซานี่นั้น ยังมีความสามารถพิเศษอีก นั่น คือมีประสาทสัมผัส ที่แตกต่างกัน ผมของซานี่นั้น มีหลายสี
สีน้ำเงิน เป็น สามารถรับรู้ถึงอุณหภูมิของสิ่งของที่สัมผัสได้ สีชมพูรับความร้อน สีเขียวรับแรงดัน สีขาวมีเยอะสุด ไว้รับรู้ความเจ็บปวด แม้แต่รสชาติอาหาร ก็ยังสัมผัสด้วยเส้นผมได้
จัดว่า เป็น 1 ใน 4 จตุรเทพ ที่มีความสามารถสะดวกสบายที่สุด นั่นคือ ทำอะไรได้โดยไม่ต้องลงมือเองเลย นอกจากใช้เส้นผม (สามารถใช้เส้นผม เดินบนน้ำได้อีกต่างหาก)และจัดว่ามีมีฝีมือร้ายกาจ รับมือยากมากสุดๆคนนึง

4. ซีบร้า



ชายร่างใหญ่โตที่สุดใน 4 จตรุเทพ นิสัยโหด ดุร้าย อารมณ์แปรปรวน รับมือยากสุดใน 4 จตุรเทพ ปรากฎในเรื่องช่วงหลังๆ เพราะ ไปก่อเรื่องแล้วติดคุกอยู่นาน
ซีบร้า จัดว่า เป็นคนที่มีฝีมือร้ายกาจที่สุดใน 4 จตุรเทพ และ ความสามารถของซีบร้า ยังจัดว่า มีประโยชน์มากที่สุดในกลุ่มอีกด้วย
ความสามารถของซีบร้า นั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับเสียง ซีบร้านั้น หูของเขา สามารถได้ยินเสียงไกลมากถึง 10 กิโลเมตร
สามารถได้ยินแม้แต่ เสียงกระซิบ นินทาของคนอื่น (ซีบร้า ชอบตามไปเก็บบัญชีกับพวกชอบ นินทาเค้า)
นอกจากนี้ ซีบร้ายังสามารถสร้างคลื่นเสียงโซน่าออกไปรอบๆตัวได้เป็นสิบกิโลเมตร เพื่อสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัวของเค้า
ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนกับเรดาห์ ตรวจสอบ สิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็น สิ่งมีชีวิต ไม่มีชีวิต หรือ เส้นทาง สิ่งก่อสร้าง ฯลฯ รอบตัวของเค้าได้ทั้งหมด
ทำให้เค้าไม่มีทางหลงทางในเขาวงกต และ สามารถรู้ถึงภัยอันตรายรอบๆตัวเค้าได้หมด คลื่นเสียงโซนาร์ของเค้า ยังสามารถตรวจจับไปได้ถึงระดับความร้ายกาจของสิ่งมีชีวิต และยังสามารถส่งเสียงไปขู่คู่ต่อสู้ที่อยู่ไกลได้ เป็นสิบกิโล
ซีบร้านั้นยังสามารถใช้เสียงเป็นอาวุธต่อสู้กับคู่ต่อสู้ได้ ซึ่งมีพลังทำลายมหาศาลมาก
ท่าไม้ตาย Bazooga Roar (คลื่นเสียงคำรามบาซูก้า) เป็นท่าปล่อยพลังคลื่นเสียงมหาศาล โจมตีใส่คู่ต่อสู้เหมือนยิงบาซูก้ายักษ์ใส่
นอกจากนี้ เค้ายังสามารถใช้คลื่นเสียงของเค้า โจมตีใส่คู่ต่อสู้ในลักษณะคลื่นรูปแบบต่างๆ เช่น สร้างคลื่นเสียงมีพลังเหมือนใบมีดโจมตีคู่ต่อสู้ได้ หรือ แม้แต่ใช้เสียง เรียกสายฟ้าก็ยังได้ (เวอร์ไปไหม)
หรือจะใช้เสียงสร้างแรงสั่นสะเทือนจนอาคารสิ่งก่อสร้างพังพินาศ สิ่งมีชีวิตรอบตัวทั้งหลายไม่อาจทนทานได้
นอกจากนี้ ซีบร้ายังมีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายอีก มีเรี่ยวแรงมหาศาลไม่แพ้โทริโกะ
จึงถือได้ว่า เป็นคนที่ร้ายกาจสุดๆ และมีความสามารถเป็นที่พึ่งพาได้มากที่สุดในกลุ่ม เลยทีเดียว

ลักษณะภายนอกของซีบร้า นอกจากจะมีใบหน้าดุร้าย มีแผลเต็มตัว มีร่างกายใหญ่โต ปากของซีบร้าด้านซ้ายยังฉีกจนลึกไปเห็นฟันอีกด้วย เพราะซีบร้าต้องการใช้ปาก อ้ากว้างๆ เพื่อกินอาหารได้เยอะๆ
เลยน่าจะยอมฉีกปากตัวเองให้กว้างขึ้น



กฎการล่าอาหารของโทริโกะ
ถ้ากินก็ฆ่า ถ้าไม่กินก็จะไม่ฆ่า โทริโกะ ไม่ได้มีความคิดจะทำร้ายสัตว์ โดยเหตุผลอื่น แต่ถ้าหากต้องการป้องกันตัวเอง ก็จะไม่ฆ่า แค่จัดการน็อคกิ้ง (ทำให้สัตว์สลบแค่นั้น)

สมาคมนักล่าอาหาร



พูดถึงกลุ่มตัวเอก ก็ ย่อมพูดถึงกลุ่มตัวร้ายของเรื่อง สมาคมนักล่าอาหาร ไม่ใช่ นักล่าอาหารธรรมดา แต่เป็นกลุ่มคนที่มีนิสัยเลว ต้องการครอบครองโลก และ อาหารทุกอย่างในโลก
และ เพื่อสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่ง จึงต้องการวัตถุดิบอาหารชั้นเลิศ ซึ่งมักจะออกล่าและแย่งวัตถุดิบดังกล่าว กับพวกโทริโกะ

สมาคมนักล่าอาหารนั้น ล้วนมีแต่พวกตัวร้ายที่มีฝีมือไม่แพ้พวกโทริโกะ หรือบางคนเก่งกว่าซะอีก
หากการ์ตูนเรื่องนี้ หลายๆท่านคิดว่า พวกตัวเอกนั้นเก่งจนเวอร์ ขี้โม้แล้ว ผมคิดว่า ตัวร้ายนั้นเก่งเวอร์ โม้กว่าอีก


เซลล์กูร์เมต
คือ เซลล์ที่ฝังอยู่ในร่างกายตัวนักล่าอาหารเก่งๆหลายๆคน ได้แก่ โทริโกะ เป็นตัน เซลล์นี้ เป็นที่มาของพลังมหาศาล ของพวกโทริโกะ และ เพื่อนๆ และยิ่งได้กิน ของอร่อยมากแค่ไหน เซลล์กูร์เมตนี้ก็จะยิ่งวิวัฒนาการ และทำให้โทริโกะยิ่งเก่งขึ้น มีความสามารถมากขึ้น
สรุป ยิ่งโทริโกะ ได้กินอาหารหายากๆชั้นเลิศที่ไม่เคยกินมาก่อน โทริโกะ ก็จะยิ่งมีฝีมือมากขึ้น (เพื่อนๆโทริโกะ ที่มีเซลล์นี้ ก็เช่นกัน)

God
คืออาหารว่ากันว่า สามารถหยุดสงครามโลกได้ (เวอร์ไปไหม) มันเป็นอาหารที่นักล่าอาหารในตำนาน "อาคาเชีย" ได้ค้นพบขึ้น
มันมีเฉพาะในโลกกูร์เมต (โลกที่มีแต่วัตถุดิบอาหารชั้นเลิศแต่อันตรายที่สุด) และจะถือกำเนิดขึ้นทุกๆหลายร้อยปี ซึ่งจะมีการเกิดสุริยคราส เป็นลางบอกเหตุ ว่าอาหารชนิดนี้ จะถือกำเนิดขึ้นแล้ว (เวอร์สุดๆ) เป็นอาหารที่ว่ากันว่าอร่อยและสุดยอดที่สุดในบรรดาอาหารทั้งหมด
เรียกว่า คนกินเข้าไปแล้ว ก็เปลี่ยนนิสัยตัวเอง เลิกทำสงคราม รบกันเลย ทำให้หยุดสงครามโลกได้ นักล่าอาหาร "อาคาเชีย" จึงตั้งชื่อให้มัน ว่า GOD หรือ พระเจ้า นั่นเอง

God เป็นอาหารที่ ตัวละครทุกคนในเรื่องโทริโกะ ล้วนเป็นที่ต้องการมากที่สุด เพราะมันอาหารในตำนานที่ว่ากันว่า สุดยอดของสุดยอดในอาหารทั้งปวง
ตัวละครทุกตัวในเรื่อง ต่างก็พากันออกตามหา God ส่วนตัวโทริโกะเอง ก็ต้องการ ตามหา God เพื่อ ไปลงในฟูลคอร์สของตัวเอง เป็น อาหารหลัก(เมน) ให้ได้
อาจเรียกได้ ว่าเป็นจุดมุ่งหมายหลักของเรื่อง แบบเดียวกับ วันพีซเลย ที่ ตัวเอกของเรื่อง ต้องการออกตามหา วันพีซ





นักล่าอาหารอาคาเชีย
เป็นนักล่าอาหารในตำนาน ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 500 ปีก่อน และสามารถค้นพบอาหารวัตถุดิบหายากต่างๆมากมายในโลก และ โลกกูร์เมต รวมไปถึงในการค้นพบ "God"
เป็นคนค้นพบเซลล์กูร์เมต ค้นพบความลับ และพลังของเซลล์กูร์เมต เป็นนักล่าอาหารที่ทำคุณประโยชน์ให้กับโลกมากมาย ซึ่งจะปรากฎในเรื่อง เป็นแค่การพูดถึง หรือ บอกเล่าถึงเท่านั้น

สำหรับการแนะนำการ์ตูนเรื่องนี้ จะเล่าให้จบ เพื่อให้เห็นภาพรวมของการ์ตูน นะครับ
หากท่านผู้อ่านท่านไหนสนใจ ในการตูนเรื่อง "โทริโกะ" นี้ ก็แนะนำให้สามารถ หาอ่านได้ ในการ์ตูนฉบับรวมเล่ม พากษ์ภาษาไทย
และการ์ตูนรายสัปดาห์ อย่าง C-Kids ของสำนักพิมพ์ สยามอินเตอร์คอมมิค ได้

ปัจจุบันเนื้อเรื่องไปได้ไกล และยาวมาก จนพวกโทริโกะ เริ่มจะเข้าสู่โลกกูร์เมต กันแล้ว และ เนื้อเรื่องก็ยังสนุกและเข้มข้น ขึ้นเรื่อยๆ
อย่าลืมสนับสนุนการตูนลิขสิทธิ์ถูกต้องกันด้วยนะครับ!

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกๆท่าน ขอบคุณครับ  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น